บทที่ 3 ที่มา เอกลักษณ์...

Click here to load reader

  • date post

    27-Jul-2020
  • Category

    Documents

  • view

    2
  • download

    0

Embed Size (px)

Transcript of บทที่ 3 ที่มา เอกลักษณ์...

  • บทที่ 3 ที่มา เอกลักษณ์ กรรมวิธีผลิตผ้าไหมทอมือสุรินทร์

    และปัญหาอุปสรรคทางกฎหมาย

    ตามที่คณะผู๎วิจัยได๎น าเสนอภาพของพัฒนาการหัตถกรรมผ๎าไหมไทยมาแล๎วในหัวข๎อ 2.2 วํา ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยตํางผลิตผ๎าไหม และผ๎าไหมนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะท๎อนถึง เอกลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมของชุมชน โดยผ๎าไหมไทยมีจุดก าเนิดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีผู๎ผลิตผ๎าไหมอยูํหลายจังหวัด เชํนจังหวัดนครราชสีมา จังหวัด อุดรธานี ฯลฯ แตํการจะศึกษาผ๎าไหมทุกจังหวัดภายใต๎กรอบระยะเวลาและงบประมาณที่จ ากัด นีย้ํอมไมํอาจกระท าได๎ คณะผู๎วิจัยจึงได๎ตัดสินใจเลือกศึกษาเฉพาะผ๎าไหมสุรินทร์ เพราะผ๎าไหม จังหวัดสุรินทร์เป็นผ๎าไหมที่มีคุณภาพและมีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ และภายในจังหวัดสุรินทร์ก็ ยังมีผู๎ผลิตผ๎าไหมทั้งกลุํมอุตสาหกรรมในครอบครัวและกลุํมผู๎ผลิตในรูปโรงทอผ๎ า สํงผลให๎ การศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู๎ผลิตผ๎าไหมสุรินทร์จึงได๎รับข๎อมูลที่รอบด๎าน และเป็นประโยชน์ตํอ การวิเคราะห์ในภาคกฎหมายในที่สุด ด๎วยเหตุนี้ในบทนี้จะเป็นการน าเสนอถึงข๎อมูลของจังหวัด สุรินทร์ กรรมวิธีการทอผ๎าและย๎อมสีของชาวสุรินทร์ ความสัมพันธ์ระหวํางกฎหมายทรัพย์สิน ทางปัญญาและงานผ๎าไหมสุรินทร์ ปัญหาและอุปสรรคของผ๎าไหมสุรินทร์ตํอไปเป็นล าดับไป

    3.1 ประวัติความเป็นมา โครงสร้างประชากร และวัฒนธรรมในจังหวัดสุรินทร์

    ด๎านประวัติความเป็นมาของจังหวัดสุรินทร์ ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์และ โบราณคด ี นักประวัติศาสตร์เชื่อวําจังหวัดสุรินทร์ถูกสร๎างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่ผํานมา โดย ชาวขอมเป็นผู๎สร๎างชุมชนหมูํบ๎านแหํงนี้ขึ้นเป็นคร้ังแรก โดยในคร้ังนั้นจังหวัดสุรินทร์ยังมี ลักษณะเป็นชุมชนขนาดที่ไมํใหญํมากนัก จวบจนขอมเร่ิมเสื่อมอ านาจลง และคนไทยเร่ิมมี อ านาจเหนือดินแดนแถบนี้ ก็เร่ิมปรากฏหลักฐานวําคนไทยได๎อพยพมาตั้งถิ่ นฐานอยูํแถบ ตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดสุรินทร์ สํวนบริเวณที่ตั้งของจังหวัดสุรินทร์ปัจจุบันก็กลาย สภาพเป็นป่ารกร๎าง และไมํปรากฏวําดินแดนแถบนี้มีฐานะเป็นเมือง จวบจนถึงสมัยอยุธยาตอน ปลาย ประมาณปี พ.ศ.2306 หลวงสุรินทร์ภักดี (เชียงปุม) ได๎รับพระกรุณาโปรดเกล๎าฯ แตํงตั้ง บรรดาศักดิ์จากสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์ เมื่อคร้ังหลวงสุรินทร์ภักดีมีความชอบ จากการจับช๎างเผือก เจ๎าเมืองพิมายจึงกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตแกํหลวงสุรินทร์ภักดี เพื่อย๎ายจากหมูํบ๎านเมืองไปตั้งถิ่นฐานใหมํที่บ๎านคูปะทาย หรือบ๎านปะทายสมันต์ ซึ่ง ณ ที่นี้คือ

  • 39

    ที่ตั้งเมืองสุรินทร์ในปัจจุบัน เมื่อสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์ทรงพระราชทาน อนุญาต หลวงสุรินทร์ภักดีจึงย๎ายผู๎คนจากเมืองพิมายและมาตั้งถิ่นฐานอยูํ ณ บ๎านคูปะทาย1

    มูลเหตุที่หลวงสุรินทร์ภักดีเลือกพื้นที่บ๎านคูปะทาย ก็เพราะพื้นที่แหํงนี้เป็นหมูํบ๎านกว๎าง ใหญํ มีก าแพงคํายคูล๎อมรอบถึง 2 ชั้น ชัยภูมิแหํงนี้เหมาะแกํการอยูํอาศัยและป้องกันตัว หาก ศัตรูมารุกรานได๎อยํางดี ประกอบกับพื้นที่แหํงนี้มีน้ าอุดมสมบูรณ์ ชาวบ๎านสามารถเพาะปลูก และอยูํอาศัยได๎อยํางดี หลวงสุรินทร์ภักดีจึงเลือกพื้นที่นี้แหํงนี้สร๎างเมืองใหมํ และเมื่อหลวง สุรินทร์ภักดีได๎สํงเคร่ืองราชบรรณาการแกํกรุงศรีอยุธยาตามราชประเพณีสืบตํอมา สมเด็จพระ เจ๎าอยูํหัวพระที่นั่งสุริยามรินทร์จึงทรงโปรดเกล๎าฯ แตํงตั้งบรรดาศักดิ์แกํบรรดาหัวหน๎าหมูํบ๎าน ชาวสุรินทร์ทั้งหมด โดยหลวงสุรินทร์ภักดีได๎รับพระมหากรุณาธิคุณแตํงตั้งให๎เป็นพระยาสุรินทร์ ภักดีศรีณรงค์จางวาง พร๎อม ๆ กับการบ๎านคูปะทายขึ้นเป็นเมืองประทายสมันต์ โดยพระยา สุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวางเป็นเจ๎าเมืองคนแรก สืบตํอมาจนถึงแผํนดินยุครัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 จึงทรงพระกรุณาเปลี่ยนชื่อเมืองประทาย สมันต์เป็นเมืองสุรินทร์ และนับแตํนั้นเป็นต๎นมาเมืองสุรินทร์ก็ได๎พัฒนามาเร่ือยจนถึงปัจจุบัน2

    ตามข๎อมูลของทางราชการปัจจุบัน จังหวัดสุรินทร์มีเนื้อที่ประมาณ 8,124 ตาราง กิโลเมตร หรือประมาณ 5,077,535 ไรํคิ